** บทความและโครงงานนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเอง ซึ่งผู้อ่านไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไปครับ
หาก มีข้อเสนอแนะ หรือพบข้อความใดๆ ผิก กรุณาแจ้งมายังผู้เขียนด้วยครับ จะได้ทำการแก้ไขข้อมุลให้
ถูกต้อง ครับ
กลับหน้าหลัก บทความ
 

แผ่นวงจรพิมพ์

แผ่นวงจรพิมพ์ ( printed circuit board: PCB) หรือที่นิยมเรียกว่า แผ่นปรินต์ เป็นแผ่นที่มีลายทองแดงใช้เป็นตัวนำไหห้าสำหรับการเชื่อมต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์
แผ่น PCB ที่นิยมใช้และมีจำหน่ายตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปคือ

1. แบบฟีนอลิก (phenolic)
แผ่นวงจรพิมพ์ชนิดนี้ ทําจากกระดาษที่ยึดรวมตัวกันด้วยฟีนอลิกเรชั่น ซึ่งจะใช้ในงานที่ ใช้งานทั่วๆ ไป ทนความชื้น และ ทนอุณหภูมิได้ไม่ดีนัก แต่มีราคาถูก

2. แบบอีพอกซี่ ( epoxy)
แผ่นวงจรพิมพ์ชนิดนี้ทําจากกระดาษบาง ๆ ยิดติดกันด้วยอีพ็อกซี่เรซินมีความแข็งแรงสูงสามารถใช้กับ งานที่แรงดันสูง ซึ่งเหมาะสำหรับวงจรที่ต้องการความแข็งแรงของแผ่นวงจรหรือวงจรที่ใช้แรงดันสูง ซึ่งราคาจะสูงกว่าแบบ แบบฟีนอลิก



รูป แผ่น PCB ขนาด 6x6 นิ้ว



รูป แผ่น PCB ขนาด 6x12 นิ้ว



แผ่น PCB ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด จะมี ชนิด . แบบฟีนอลิก และ แบบอีพอกซี่ แล้ว ในการเลือกซื้อต้องคำนึงถึงการใช้งาน หรือ ที่เรียกว่า จำนวนชั้นของลายทองอดงอีกด้วย ซึ่งโดยทั่วไปจะมีใก้เลือกดังนี้

1. แผ่น PCB ชนิดหน้าเดียว (Single Side)
โดยที่แผ่น PCB แบบนี้จะมีลายวงจรอยู่เพียงด้านเดียวเท่านั้น โดยมากจะนิยมใช้ในวงจรที่ไม่สลับซับซ้อนมาก ซึ่งจะมีจำหน่ายทั้งชนิด แบบฟีนอลิก และ แบบอีพอกซี่

2. แผ่น PCB ชนิดสองหน้า (Double Side PCB)
โดยที่แผ่น PCB แบบนี้จะมีลายวงจร ทั้ง 2 ด้าน โดยมากจะนิยมใช้ในวงจรที่สลับซับซ้อนพอสมควร โดยการออกแบบโดยใช้ PCB แบบนี้ จะสามารถเชื่อมต่อลายทองแดงได้ทั้ง 2 ด้าน โดยทั่วไปจะเห็นมีจำหน่าย ชนิด แบบอีพอกซี่

3 แผ่น PCB ชนิดหลายชั้น (Multi Layer)
แผ่น PCB แบบนี้จะมีชั้นของลายวงจรซ้อนอยู่ตามชั้น ซึ่งแล้วแต่ว่าจะใช้แบบกี่ชั้น โดยที่วงจรที่ใช้แผ่น PCB แบบนี้ จะเป็นวงจรที่มีความสลับซับซ้อนพอสมควร ซึ่งไม่ค่อยมีจำหน่าย แต่จะมีเฉพาะบริษัทที่รับทำลายวงจรแบบหลายชั้นเท่านั้น

ด้งนั้นนักอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปจะนิยมใช้แบบ ชนิดหน้าเดียว เป็นส่วนมาก

ส่วน ขนาดขอบงแผ่น PCB ที่มีจำหน่าย โดยทั่วจะมีขนาดดังนี้
6x6 นิ่ว
6 x12 นิ่ว
12x12 นิ้ว

สำหรับการออกแบบลายวงจรนั้นทำได้หลายวิธี เช่น

1.ใช้ปากกาเขียนหลายวงจร ใช้กับลายวงจรง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ซึ่งยังพอมีให้เห้นอยุ่บ้าง แต่ถ้าหาปากกาเขียนลายวงจรไม่ไห้ ให้ใช้พวกปากกาเขียนแผ่น CD ได้ แต่ต้องดูว่าเวลานำลงไปกัดน้ำยากัดปริ้นท์ แล้วจะลอกหรือเปล่า

2. ออกแบบโดยการตัดสติกเกอร์ ใช้กับลายวงจรง่ายๆ ไม่ซับซ้อน (แบบนี้ไม่แน่ใจว่าจะมีอยู่หรือเปล่า เพราะสมัยผมเรียน ปวช ใช้แบบนี้ครับ)

3.ออกแบบ โดยใช้ โปรแกรมที่นิยมใช้ออกแบบ

Protel,Altium Designer
P-CAD
OrCAD
EAGLE
ส่วนการกัดลายวงจรนั้นทำได้หลายวี เช่น ส่งให้ร้านที่รับกัดลายวงจร และ กัดลายวงจรเอง ซึ่งในบทความต่อๆไปจะได้นำมาเขียนให้อ่านกันต่อไปครับ


เขียนเมื่อ 2 ก.ค. 2556