** บทความและโครงงานนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเอง ซึ่งผู้อ่านไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไปครับ
หาก มีข้อเสนอแนะ หรือพบข้อความใดๆ ผิก กรุณาแจ้งมายังผู้เขียนด้วยครับ จะได้ทำการแก้ไขข้อมุลให้
ถูกต้อง ครับ
กลับหน้าหลัก บทความ
 

อุปกรณ์ ตอน ไดโอด


ไดโอด Diode เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำหน้าที่ยอมให้กระแสไหลผ่านตัวไดโอดได้ทิศทางเดียวเท่านั้น ไดโอดผลิตจากสารกึ่งตัวนำ P และ N นำมาต่อกัน ไดโอดโดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 ขา คือ ขา A(อาโนด) และ ขา K(คาโทด)

ที่ตัวไดโอดจะแสดงขีดสีขาวซึ่งแสดงสัญญลักษณ์ของขา K


การต่อไดโอด
ไดโอดนั้นจะมีการต่อวงจรได้ 2 แบบดังนี้ คือ
รูปการต่อวงจรแบบต่างๆ

การต่อแบบไบอัสตรง ถ้าต่อแบบนี้จะมีกระแสไหลผ่านตัวไดโอด
การต่อแบบไปอัสกลับ ถ้าต่อแบบนี้กระแสจะไม่ไหลผ่านตัวไดโอด ถือว่าไดโอดเปิดวงจร และมีค่าความต้านทานสูงมาก

รายละเอียดเกี่ยวกับตัวไดโอด
ไดโอดโดยทั่วไปจะบอกรายละเอียดว่าตัวมันนั้นสามารถรับกระแส และแรงดันได้มากน้อยต่างกัน ตัวอย่าง เช่น


แรงดันคือ ตัวไดโอดเองรับแรงดันสูงสุดได้ที่เท่าไร เช่น 1N4001 สามารถรับแรงดันสูงสุด 50V หากมากกว่านี้จะเกิดความเสียหาย
กระแสคือ ตัวไดโอดสามารถทนกระแสได้ที่กี่แอมแปร์ เช่น 1N4001 - 1N4007 สามารถให้กระแสไหลผ่านตัวมันได้สูงสุด 1A หากมากกว่านี้จะเกิดความเสียหาย


ดังนั้นการเลือกใช้งานต้องคำนึงถึง แรงดันและกระแสที่ตัวมันเองได้ แต่เราสามารถใช่ไดโอดที่มีแรงดัน และ กระแส สูงกว่าตัวมันได้ครับ

** อ่านสักหน่อยครับ โดยปกติแล้ว การกำหนดค่าแรงดัน และกระแสของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนมากที่ระบุมานั้น จะเป็นค่าที่ตัวอุปกรณ์นั้นๆรับได้สูงสุดครับ ถ้ามากกว่านี้จะเกิดความเสียหายได้ แต่ในบางอุปกรณ์ เช่น รีเลย์ หรือ ไอซี อาจจะต้องใช้แรงดันให้ตรงกับที่ระบุ ไม่งั้นอุปกรณ์จะไม่ทำงาน หากใช้มากกว่า อุปกรณ์นั้นจะพัง อย่างไร คงต้องศึกษาคุณสมบัติของอุปกรณ์แต่ละชนิดด้วยนะครับ **

การใช้งานไดโอด
ไดโอดเมื่อนำไปต่อกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์จะมีแรงดันตกคร่อมที่ตัวมันประมาณ 0.6 V ครับ บางครั้งในการคำนวณ เพื่อนำไปใช้งานต้องคำนึงถึงส่วนนี้ด้วย
รูปแรงดันตกคร่อมไดโอด

โดยทั่วไปนั้นเราจะใช้งานไดโอดที่เป็นกันบ่อยๆคือ
1. การใช้เป็นวงจรเรียงกระแสแบบต่างๆ เนื่องจากคุณสมบัติของไดโอดจะยอมให้กระแสไหลผ่านทางเดียวดังนั้นเราจะเห็นการใช้งานไดโอดในวงจรเรียงกระแสคือเปลี่ยนจากแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ ไปเป็นแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง ( ส่วนเรื่องวงจรเรียงกระแสแบบต่างๆจะได้เสนอในบทความตอนต่อไปครับ)
รูปการต่อวงจรเรียงกระแส


2. การใช้ป้องกันกระแสย้อนกลับหรือป้องกันการต่อผิดขั้วของวงจรไฟฟ้า ซึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางตัวจะต้องป้อนแรงดันให้ถูกขั้วหากเราต่อขั้วไฟฟ้าผิดจะเกิดความเสียหายได้ ดังนั้นการต่อตัวไดโอดไว้เพื่อ ป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวจึงเป็นการดีอย่างยิ่งครับ
รูปการต่อไดโอดเพื่อป้องกันการต่อไฟผิดขั้ว


3. วงจรทวีแรงดัน เราจะใช้งานไดโอดร่วมกับตัวเก็บประจุ ซึ่งสามารถต่อเป็นวงจรทวีแรงดันแบบต่างๆได้
รูปวงจรทวีแรงดันแบบหนึ่ง


4. ใช้ในวงจรขลิบสัญญาณ ทางไฟฟ้า วงจรขลิบสัญญาณคือวงจรที่เปลี่ยนสถานะของสัญญาณทางขาเข้า และขาออกให้มีลักษณะเหมือนโดนตัดบางส่วนออกไป
รูปวงจรขลิบสัญญาณแบบหนึ่ง


ไดโอดแบบบริท


ไดโอดแบบนีจะใช้ในวงจรเรียงกระแส แทนที่เราจะใช้ได้โอด 4 ตัว ทำการต่อกัน เราสามารถใช้ไดโอดแบบบริท แทนได้ครับ เพราะภายในตัวไดโอดแบบนี้จะทำการต่อไดโอด 4 ไว้ภายในเรียบร้อยแล้ว การใช้งานจึงสะดวก ยิ่งขึ้น (รายละเอียดจะกล่าวในส่วนของวงจรเรียงกระแสครับ)

กลุ่มไดโอดชนิดอื่น ไดโอดที่กล่าวมาข้างตันจะเป็นไอดแบบทั้วไปแต่จะมีอุปกรณ์ในกลุ่มไดโอดอีกหลายตัวเช่น
ซีเนอร์ไดโอด ซึ่งจะทำหน้าที่รักษาระดับแรงดันให้คงที่
โพโต้ไดโอด จะทำหน้าที่ในเครื่องรีโมทคอนโทรลต่างๆ
LED หรือ ไดโอดแปล่งแสง ซึ่งจะให้แสงสีต่างๆเมื่อป้อนไฟให้กับตัวมัน (บทความนี้เขียนไว้แล้วครับ)
7- Segment หรือ ตัวแสดงผล 7 ส่วน ซึ่งภายในคือ LED นั้นเอง จะใช้แสดงผลเป็นตัวเลขได้
** อุปกรณ์ที่ผ่านมาจะเขียนเป็นบทความในตอนต่อๆไปครับ
การตรวสอบไดโอด การตรวจสอบโดยใช้มัลติมิเตอร์ ซึ่งสามารถตรวจสอบไดโอดปกติ ไดโอดซอร์ต และไดโอดขาดได้ โดยเราต้องตั้งย่านวัดของมัลติมิเตอร์ไปที่ X1 กันก่อน แล้วทำการวัดโดยการสลับสายการวัดด้วยผลที่ได้คือ


ไดโอดปกติเข็มขึ้น1ครั้ง เข็มไม่ขึ้น 1 ครั้ง



ไดโอดชอร์ตเข็มจะขึ้นทั้ง 2 ครั้ง



ไดโอดขาดเข็มจะไม่ขึ้นทั้ง 2 ครั้ง



เขียนเมื่อ 2 มี.ค. 2554